พาไปพายเรือเก็บหมอก ณ กาญนะจ๊ะบุรี

ช่วงนี้เครียดเหลือเกินทั้งงานราษฎร์ งานหลวงรุมเล้า แอบหนีไปพักร่างชาร์ตแบตหน่อยดีกว่าอยากนั่งเอาเท้าจุ่มน้ำมองวิวสวยๆ ไปไหนดี ??  สไลด์ Facebook ดูไปเรื่อยเปื่อยแล้วก็มาเจอที่พักสุดชิวที่จ่ายทีเดียว เที่ยว และ กินอย่างสุขสบาย ไปแล้วประทับใจเลยเก็บภาพสวยๆ มาฝาก ใครว่างๆ แนะนำให้ไปชาร์ตแบตให้ร่างกายรับรองได้แบต กลับมาแบบเกิน 100% แน่นอน  ไม่เชื่อดูเอาเองละกัน ^_^

Let’s go : เดอะวอเตอร์ปาร์ครีสอร์ทเป็นแพที่ลอยอยู่่ในเขื่อนศรีนครินทร์ https://www.facebook.com/thewaterparkresort
โปรโมชั่น(ฟรีอาหารเย็น และ เช้า ***ห้องแอร์***)
วันอาทิตย์-ศุกร์ ท่านละ 890 บาท
วันเสาร์ ท่านละ 1,190 บาท เราสะดวกไปวันเสาร์ราคาก็จะเพิ่มมาอีกเล็กน้อย
(ลดจากราคาปกติท่านละ1,700บาท)

ป้ายทางเข้ารีสอร์ทใหญ่ชัดเจน และจัดวางไว้เตรียมให้ถ่ายรูปคู่กันเลยทีเดียว  ซึ่งส่วนใหญ่คนที่เห็นก็ไม่พลาดกันนะ 555

หน้าตาแพที่เราพักในคืนนี้ดูปลอดภัยเพราะสามารถเดินขึ้นฝั่งได้ตลอดเวลา  แก๊งค์เราไปกัน 8 คน จริงๆ มีห้องพักที่นอนได้ 8 คนเลย แต่เราขอแยกเป็น 2 ห้องเพื่อจะได้มีห้องน้ำให้ใช้ได้ 2 ห้องไม่ต้องแย่งกัน เพราะถ้าห้องรวมจะมีห้องน้ำแค่ห้องเดียว

ภายในห้องพักก็จะเป็นเตียงใหญ่ 2 เตียงชิดกัน มีทีวี และ แอร์ ภายในห้องพักสะอาดดี

เปิดประตูห้องไปเป็นระเบียงริมน้ำพร้อมบันไดลงเล่นน้ำจากหน้าบ้านได้เลย มีเสื้อชูชีพให้พร้อมทุกห้องจะมีน้ำดื่ม + น้ำแข็งให้ตามจำนวนคน

ภาพวิวแรกที่เปิดประตูห้องพักออกมา โอมายก็อต!! นี่มันสวรรค์ที่ฉันต้องการจริงๆ (น้ำตาจิไหลพราก55) สมกับที่เราขับรถฝ่าสายฝนกันมา 4 ชม. เราโชคดีมากที่ฝนตกในวันนั้นเพราะมันทำให้มีหมอกเยอะมากเป็นพิเศษ อยากจะกรี๊ดดังๆๆ จริงจริ๊งงงงง

หลังจากที่เห็นวิวก็ทนกันไม่ไหว รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมโดดน้ำกันอย่างว่องไว และ ทุกคนก็เล็งไปที่เรือคายัคซึ่งมีเรือจำนวนมากเพียงพอกับลูกค้า อยากได้สีไหนเลือกกันได้เลย

เมื่อได้เรือเป็นของตัวเองแล้ว เป้าหมายของเราก็คือ พายเรือไปเก็บหมอกกันดูวิวสิไม่รู้จะบรรยายอะไรดีพูดได้คำเดียวว่า”ฟิน” แต่ละคนก็เริ่มพายไปตามทางของตัวเอง พายตรงบ้าง วนบ้าง 555 สนุกสนานกันไปแต่บอกเลยว่าเมื่อยแขนมากกกก

หลังจากพายเรือจนเมื่อยแขนแล้วก็ลงมาว่ายน้ำกันหน่อย น้ำเขือนจะดีตรงที่น้ำจะนิ่งมาก เหมือนว่ายอยู่ในสระว่ายใน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย (เว่อร์มาก55) แต่มันคือเรื่องจริง Thailand Only

มีเครื่องเล่นหลายอย่างให้เล่นแอบถ่ายคนอื่นมาให้ดูวิ่งเล่นกันสนุกสนาน   มีเสียงกรี๊ดกร๊าด พร้อมเสียงหัวเราะมาเป็นระลอก ดูครึกครื้นดีจริง

ที่นี่มีกฏห้ามเล่นน้ำหลัง 18.30 น. เพื่อความปลอดภัยของผู้เล่นน้ำ เราจึงต้องขึ้นจากน้ำตามระเบียบที่กำหนดไว้ และ อาบน้ำเพื่อเตรียมตัวไปทานข้าวเย็นซึ่งรวมอยู่ในแพ็คเกจ แต่เนื่องจากแต่ละคนหิวกันมากก็เลยซัดข้าวกันอย่างอร่อยจนลืมถ่ายรูปเลย 555 คอนเฟิร์มว่าอาหารอร่อย และ รสชาดจัดจ้านดีมาก เอารูปวิวก่อนไปแทนละกันนะ ^^

8.00 น. มอนิ้งเช้านี้อากาศสดใสมาก แดดส่องกระทบผิวน้ำอย่างสวยงาม ช่วงเช้าก็ยังมีคนลงเล่นน้ำอยู่ขออนุญาติเอารูปจากเพจที่พักมุมไกลๆ มาให้ดูแทนละกันนะอยากให้เห็นว่าวิวมันสวยมากจริงๆ

หิวแล้วไปกินข้าวกันดีกว่า อาหารเช้าเป็นบุฟเฟ่ ขนมปัง,น้ำส้ม,กาแฟ,ข้าวต้ม อาจจะดูธรรมดานะแต่ข้าวต้มเค้าอร่อยมาก จัดกันไปคนละหลายชาม นั่งกินไป มองวิวไปมันยิ่งเจริญอาหารกันเข้าไปใหญ่

อิ่มแล้วเดินย่อยกันหน่อยชมวิวรอบรีสอร์ท มีที่พักหลายแบบในรูปเป็นห้องขนาดใหญ่นอนรวมได้ 8 คน ที่พี่เจ้าของรีสอร์ทจะให้เรานอนในตอนแรก โดย 1 หลังจะมี 2 ห้องใหญ่

สำหรับเซียนปลาก็มีซุ้มเซียนเบ็ดไว้ให้นั่งตกปลาได้  โดยที่รีสอร์ทมีเบ็ดให้บริการเช่า

ที่นี่ธรรมชาติยังค่อนข้างสมบูรณ์ และ น้ำก็ยังใสดีอยู่ ใครมาเที่ยวก็ช่วยกันรักษาธรรมชาติกันนะคะ ความสวยจะได้อยู่กับเรานานนนนน

ขากลับเจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เห็นมานาน “พี่ด้วง” ตัวใหญ่แบบนี้เราเคยเห็นตอนเด็กๆ ซึ่งบอกเลยว่านานมากที่ไม่ได้เห็น สงสัยกำลังจะลงไปอาบน้ำตอนเช้าใช่มั๊ยคะ อิอิ

ถ่ายมุมสูงมากฝากอีกเล็กน้อยเพราะต้องเตรียมตัวเช็คเอ้าท์ตอน 11 โมงแล้วจ้า

เดินทางกลับ กทม.ด้วยแบตในร่างกายที่เกิน 100% พร้อมความประทับใจจากทริปนี้มาก ปิดท้ายด้วยวิวสวยๆ ตอนขับรถลงเขา ขอกลับไปทำงานปั๊มเงินก่อนนะแล้วเราจะกลับมาพบกันอีก ฟิน@กาญจนบุรี 🙂

รูปภาพ และ เรียบเรียงโดย : อีป้า พาฟิน www.epapafin.com
Facebook Comments